BAFS โตต่อเนื่อง โชว์รายได้ไตรมาส 2/2566 ที่ 743 ล้าน เตรียมลงทุนพลังงานทดแทน

ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BAFS) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/66 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท 10.7 ล้านบาท โดยมีรายได้จำนวนรวม 743 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 47 ของช่วงเวลาเดียวกันจากปีก่อน ส่งผลให้รายได้ในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1,537 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 ของช่วงเวลาเดียวกันจากปีก่อน โดยเป็นรายได้จากค่าบริการจำนวน 644 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำมันอากาศยานที่กลุ่มบริษัทให้บริการตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจรวมของประเทศ ในขณะที่รายได้ค่าบริการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดินและจัดเก็บน้ำมันของบริษัทย่อยเพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำมันรวมทุกผลิตภัณฑ์ของโครงการขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือ (NFPT) รวมถึงรายได้จากธุรกิจพลังงานไฟฟ้า 85.5 ล้านบาท รายได้จากเงินปันผลการลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า และรายได้อื่นๆ ของกลุ่มบริษัทฯ

ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก โครงสร้างรายได้ของกลุ่มบริษัท (BAFS Group) แยกตามธุรกิจมาจากรายได้จากธุรกิจการบินร้อยละ 74 รายได้จากธุรกิจการให้บริการขนส่งน้ำมันทางท่อร้อยละ 12 และรายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าร้อยละ 14 ซึ่งเป็นหนึ่งในการดำเนินงานตามกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจด้วยการลงทุนในธุรกิจประเภทอื่นๆ ผ่านการดำเนินงานใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการบิน กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน และกลุ่มบริการธุรกิจ โดยมีเป้าหมายปรับสัดส่วนโครงสร้างรายได้ให้สมดุล

ล่าสุด บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่คอร์เปอเรชั่น (BC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ BAFS ถือหุ้นร้อยละ 100 แจ้งการจัดตั้งบริษัท BAFS X Mongolia LLC บริษัทย่อยใหม่ ในประเทศมองโกเลีย โดย BC ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 เพื่อประกอบธุรกิจโดยมีรายได้จากการถือหุ้นในบริษัทอื่นเป็นหลัก ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจการจัดเก็บน้ำมันและท่อขนส่งน้ำมันและธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าและบริการ โดยในเฟสแรกมีแผนนำร่องร่วมลงทุนธุรกิจโซล่าร์ฟาร์ม พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ กำหนดเปิดตัวภายในปี 2567

 ​นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างการงวดผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน 2566) ในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท โดยการกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการรับเงินปันผลในวันที่ 25 สิงหาคม 2566 และให้กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 กันยายน 2566 สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงและเสถียรภาพการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

คำแถลงปฏิเสธความรับผิดชอบ: ลิขสิทธิ์ของบทความนี้เป็นของผู้เขียนต้นฉบับ การเผยแพร่ซ้ำบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หากมีการละเมิดกรุณาติดต่อเราทันที เราจะทำการแก้ไขหรือลบตามความเหมาะสม ขอบคุณ



หมวดเดียวกัน

เราทำได้! ฝรั่งเศสโล่งอก พิธีเปิดโอลิมปิก 2024 ผ่านไปด้วยดี

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง เลือกที่จะทำ พิธีเปิดโอลิมปิก 2024 ใน แม่น้ำแซน แทนที่จะเป็นใ...

ทรัมป์ เตรียมกลับไปหาเสียงเมืองบัตเลอร์ โพลนำแฮร์ริส 2%

ทรัมป์ เผยเมื่อวันศุกร์ (26 ก.ค.) ว่า การหาเสียงที่เมืองบัตเลอร์ เพื่อเป็นเกียรติแด่นายคอเรย์ คอมเพอ...

วินาศกรรมรถไฟก่อนโอลิมปิก รัสเซียเกี่ยวข้องหรือไม่?

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ (26 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุลอบวางเพลิงกล่องสัญญาณเคเบ...

พิธีเปิดโอลิมปิก 2024 ผ่านเรื่องเล่าการปฏิวัติ สู่เสรีภาพและความเท่าเทียม

พิธีเปิดโอลิมปิก 2024 ปารีสเกมส์ จบลงไปแล้วอย่างราบรื่น ครั้งแรกที่ไม่ได้จัดขบวนพาเหรดในสนามกีฬา เพร...