ชาวอเมริกันก็หนี้ท่วม ‘หนี้ครัวเรือน’ พุ่งสูงสุดทุบสถิติใหม่

สำนักข่าวฟ็อกซ์ของสหรัฐ รายงานอ้างข้อมูลของธนาคารกลางสาขานิวยอร์ก ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร (14 พ.ค.67) ซึ่งระบุว่า ในช่วงไตรมาสแรกปี 2567 ชาวอเมริกันมีหนี้สินเพิ่มขึ้น และจำนวนครัวเรือนที่ชำระเงินกู้ล่าช้าก็สูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

ในช่วงสามเดือนแรกของปี 2567 “หนี้สินครัวเรือนโดยรวม” พุ่งสูงแตะระดับ 17.69 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดทุบสถิติใหม่ของสหรัฐ โดยเพิ่มขึ้น 184,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.1% จากไตรมาสก่อนหน้า

การเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อบ้าน ซึ่งเพิ่มขึ้น 190,000 ล้านดอลลาร์ จากไตรมาสก่อนหน้าเป็น 12.44 ล้านล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมีนาคม

ส่วนสินเชื่อรถยนต์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 9,000 ล้านดอลลาร์ และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 โดยในปัจจุบันอยู่ที่ 1.62 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่หนี้บัตรเครดิตลดลง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนเหลือ 1.12 ล้านล้านดอลลาร์

ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนผู้กู้ที่ประสบปัญหาชำระเงินบัตรเครดิต เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา และเงินกู้ยืมรถยนต์ ได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย ณ เดือนมีนาคม ประมาณ 3.2% ของหนี้สินคงค้างเข้าสู่การผิดนัดชำระบางประเภท โดยเพิ่มขึ้นจาก 3.1% ที่บันทึกไว้ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงลดลงจากอัตราเฉลี่ย 4.7% ที่เคยเห็นก่อนเกิดโควิด-19  อีกทั้งยอดเงินค้างชำระเกิน 90 วัน ได้เพิ่มขึ้นในหนี้สินทุกประเภท

"ในไตรมาสแรกของปี 2567 อัตราการเปลี่ยนเป็นหนี้ผิดนัดชำระขั้นร้ายแรงของบัตรเครดิต และเงินกู้รถยนต์ยังคงเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มอายุ" โจเอล สคัลลี หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจประจำภูมิภาคภายในกองวิจัยครัวเรือนและนโยบายสาธารณะ ของธนาคารกลางสาขานิวยอร์ก กล่าว

การเพิ่มขึ้นของหนี้สินนั้นน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงมาก โดยอัตราดอกเบี้ยประจำปี (APR) ของบัตรเครดิตโดยเฉลี่ยในปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ 20.66% ซึ่งตามฐานข้อมูลของ Bankrate ที่ย้อนหลังไปถึงปี 2528 สถิติอัตราดอกเบี้ยเดิมสูงสุดที่เคยบันทึกไว้อยู่ที่ 19% ในเดือนกรกฎาคม ปี 2534

สำหรับคนที่เลือกยอมเป็นหนี้ เพื่อสามารถซื้อของที่แพงขึ้นได้ พวกเขาอาจต้องจ่ายแพงกว่าเดิมในระยะยาว เช่น หากมีหนี้สินอยู่ 5,000 ดอลลาร์ (ซึ่งเป็นหนี้สินเฉลี่ยของคนอเมริกัน) ด้วยอัตราดอกเบี้ย (APR) ในปัจจุบัน คุณจะต้องใช้เวลาประมาณ 277 เดือน และจ่ายดอกเบี้ย 7,723 ดอลลาร์ ถึงจะสามารถปลดหนี้ได้ทั้งหมด

ในปรากฏการณ์ยอดหนี้ที่เพิ่มขึ้นนี้ เกิดขึ้นหลังจากธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 23 ปี เพื่อสกัดเงินเฟ้อ และชะลอเศรษฐกิจ

แม้ว่าเงินเฟ้อลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงแรงงานสหรัฐ ระบุว่า เงินเฟ้อยังคงอยู่ที่ 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าระดับเป้าหมายควรจะเป็นที่ 2%

เงินเฟ้อที่พุ่งสูง ได้สร้างแรงกดดันทางการเงินอย่างรุนแรงให้กับครัวเรือนส่วนใหญ่ในสหรัฐ ทำให้พวกเขาต้องจ่ายมากขึ้นสำหรับสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน อย่างอาหารและค่าเช่า

อ้างอิง: fox

คำแถลงปฏิเสธความรับผิดชอบ: ลิขสิทธิ์ของบทความนี้เป็นของผู้เขียนต้นฉบับ การเผยแพร่ซ้ำบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หากมีการละเมิดกรุณาติดต่อเราทันที เราจะทำการแก้ไขหรือลบตามความเหมาะสม ขอบคุณ



หมวดเดียวกัน

'จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี' ประชุมสุดยอดในรอบ 5 ปี รับความท้าทายเขย่าภูมิภาค

เกาหลีใต้เปิดบ้านเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำ 3 ฝ่ายระหว่าง 'จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้' และนับการป...

วิจัย 14 ปีคุ้ม! จีนเพาะพันธุ์หมูโปรตีนสูง-ไขมันต่ำสำเร็จ หวังลดพึ่งพาพันธุ์หมูตะวันตก

นักวิจัยจีน ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์สุกรที่สามารถให้โปรตีนสูง-ไขมันต่ำ การเพาะพันธุ์นี้ได้รับก...

ผ่าทางตัน ‘อิสราเอล - ปาเลสไตน์’ ทำแผน The Day After สิ้นสุดสงครามฉนวนกาซา

สถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงระหว่างอิสราเอล และฮามาส แทบไร้ความหวังจะยุติลงในเร็ววัน หากแต่ตอนนี้หลายป...

ดีเดย์ ‘พรุ่งนี้’ ชื่อไม่ตรงโอนไม่ได้! ดีอี-กสทช.เอาจริงล้างบางบัญชีม้า

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี กล่าวว่า เดิมการ...