ผลวิจัยชี้ 'มลพิษทางอากาศ' ทำคนเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 135 ล้านคน ในช่วงปี 23-63

ผลการศึกษาใหม่จากนักวิจัยมหาวิทยาลัยนันยาง ประเทศสิงคโปร์ ที่เผยแพร่ผ่านวารสาร Environment International ระบุว่า ปรากฏการณ์ด้านสภาพอากาศ เช่น เอลนีโญ และปรากฏการณ์ไอโอดี ที่อุณหภูมิผิวน้ำในมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Dipole) ยิ่งทำให้ผลกระทบจากมลพิษเหล่านี้ย่ำแย่ลงไปอีก เนื่องจากสภาพอากาศรุนแรงมากขึ้น

ขณะที่ฝุ่น PM 2.5 เป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์อย่างมากเมื่อหายใจเข้าไป เพราะฝุ่นเหล่านั้นมีอนุภาคขนาดเล็กพอที่จะซึมเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งมีที่มาจากยานยนต์ และการปล่อยมลพิษของอุตสาหกรรม รวมถึงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ไฟป่า และพายุฝุ่น

รายงานเผยว่า อนุภาคละเอียดเหล่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของผู้คนทั่วโลกราว 135 ล้านคน ตั้งแต่ปี 2523 - 2563 หรือประมาณ 40 ปี

ผลการศึกษาพบว่า ผู้คนเหล่านั้นเสียชีวิตด้วยวัยที่อ่อนกว่าอายุขัยเฉลี่ยของผู้ที่ป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ที่สามารถได้รับการรักษาหรือป้องกันโรคได้ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง, โรคหัวใจและโรคปอด และโรคมะเร็ง และพบด้วยว่า รูปแบบของสภาพอากาศมีส่วนทำให้คนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 14%

รายงานระบุว่า ทวีปเอเชียมีคนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจาก PM 2.5 สูงสุด ที่ระดับมากกว่า 98 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน และอินเดีย ขณะที่ปากีสถาน บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น มีคนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจำนวนมากเช่นกัน อยู่ที่ระดับ 2-5 ล้านราย

"สตีฟ ยิม" (Steve Yim) รองศาสตราจารย์จากสถาบันสิ่งแวดล้อมแห่งเอเชียของ มหาวิทยาลัยนันยาง บอกว่า ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนของสภาพอากาศในรูปแบต่าง ๆ ทำให้มลพิษทางอากาศเลวร้ายลงไปอีก และเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เช่น เอลนีโญ ระดับมลพิษจะสูงขึ้น นั่นหมายความว่า อาจมีผู้คนต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพราะมลพิษ PM 2.5 มากขึ้น

“นี่ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการทำความเข้าใจ และตระหนักถึงสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเมื่อต้องจัดการกับมลพิษทางอากาศ เพื่อปกป้องสุขภาพของประชากรทั่วโลก”

ด้านองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เผยด้วยว่า ผลกระทบโดยรวมจากมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นภายนอก และภายในครัวเรือน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากร 6.78 ล้านคนทั่วโลกในทุก ๆ ปี

ทั้งนี้ ผลการศึกษาดังกล่าวเป็นหนึ่งในงานวิจัยที่ครอบคลุมเกี่ยวกับ คุณภาพอากาศ และสภาพอากาศมากที่สุด เนื่องจากใช้ข้อมูลจากช่วงเวลา 40 ปี เพื่อนำมาศึกษาให้เห็นภาพผลกระทบฝุ่นละอองต่อสุขภาพ

นักวิจัยสิงคโปร์ยังได้ศึกษาข้อมูลทางดาวเทียมจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติแห่งสหรัฐ หรือนาซา เกี่ยวกับระดับของฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศโลก และวิเคราะห์สถิติการเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษ โดยได้ข้อมูลมาจากสถาบันเมตริกและการประเมินผลสุขภาพในสหรัฐ (Institute for Health Metrics and Evaluation) ที่เป็นศูนย์วิจัยอิสระ

ขณะที่ข้อมูลรูปแบบของสภาพอากาศในช่วงปี 2523-2563 นั้น มาจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ หรือ โนอา ในสหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีนักวิจัยจากฮ่องกง อังกฤษ และจีน เข้าร่วมด้วย

 

อ้างอิง: AFP

คำแถลงปฏิเสธความรับผิดชอบ: ลิขสิทธิ์ของบทความนี้เป็นของผู้เขียนต้นฉบับ การเผยแพร่ซ้ำบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน หากมีการละเมิดกรุณาติดต่อเราทันที เราจะทำการแก้ไขหรือลบตามความเหมาะสม ขอบคุณ



หมวดเดียวกัน

รีเจกต์เรต ดอกเบี้ย หุ้นกู้ฉุดอสังหาฯเฟรเซอร์สชงตั้งกองทุนดบ.ต่ำสกัดNPL

นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย บริษัท เ...

"ทีมชาติสเปน" ยิงไม่ซ้ำหน้า ไล่อัด "โครเอเชีย" ประเดิมชัยศึกยูโร 2024 กลุ่มบี

"กระทิงดุ" ทีมชาติสเปน เอาชนะ ทีมชาติโครเอเชีย ขาดลอย ในศึกฟุตบอล ยูโร 2024 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัด...

ท้อแท้-สิ้นหวัง

ตลาดหุ้นไทยในช่วงเร็ว ๆ ผมคิดว่านักลงทุนจำนวนมากรู้สึก “ท้อแท้” และ “สิ้นหวัง” เหตุผลในภาพใหญ่อาจจะเ...

“ลำพูน” จับมือ “ทานากะ” สนับสนุนทีมลุยไทยลีก 1 ฤดูกาล 2024-24

สโมสรลำพูน วอริเออร์ ประกาศจับมือกับ "TANAKA PRECISION (THAILAND)" หรือ ทานากะ พรีซิสชั่น (ประเทศไทย...